มาร์ติงเกล หรือที่มักเขียนว่า “มาติงเกล” เป็นชื่อที่เจอบ่อยเมื่อค้นหาสูตรบาคาร่า แนวคิดหลักคือเพิ่มยอดหลังเสีย แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นแน่นอนคือจำนวนเงินที่ต้องใช้ ไม่ใช่ความแน่นอนของผลเกม
มาร์ติงเกลต่างจากเค้าไพ่อย่างไร
มังกรและปิงปองอธิบายลักษณะผลย้อนหลัง ส่วนมาร์ติงเกลอธิบายการเปลี่ยนยอดเงิน จึงเป็นคนละเรื่องกัน ต่อให้ใช้คู่กับการอ่านกระดาน วิธีจัดเงินก็ไม่ได้ทำให้การคาดเดาผลแม่นยำขึ้น
ทำไมยอดสะสมจึงเพิ่มเร็ว
ลำดับจำนวนที่เพิ่มเป็นสองเท่า เช่น 1, 2, 4, 8 และ 16 มีผลรวมเท่ากับ 31 หากจำนวนแต่ละรายการสูญเสียทั้งหมด ยอดที่เสียสะสมจะเพิ่มเร็วกว่าการนับว่าผ่านไปเพียงห้ารอบ ตัวเลขนี้ใช้แสดงความเสี่ยงทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่แผนเดิมพันที่แนะนำให้ทำตาม
| จำนวนรายการ | ผลรวมสะสม (หน่วย) |
|---|---|
| 1 | 1 |
| 2 | 3 |
| 3 | 7 |
| 4 | 15 |
| 5 | 31 |
ทำไมชนะครั้งเดียวจึงไม่ได้แปลว่าคืนทุนเสมอ
คำอธิบายแบบสั้นมักละเงื่อนไขสำคัญ เช่น อัตราจ่าย ค่าคอมมิชชัน วงเงินสูงสุดของโต๊ะ และเงินที่มีอยู่จริง หากเพิ่มยอดต่อไม่ได้ หรือยอดที่ได้รับไม่ตรงกับสมมติฐาน ผลลัพธ์ก็ไม่เป็นอย่างที่ตัวอย่างง่าย ๆ แสดงไว้

อ่านเรื่องสูตรบาคาร่าอย่างไรให้ไม่ปนกัน
ก่อนอ่านต่อ ลองแยกว่าข้อความนั้นกำลังพูดถึงกติกา รูปแบบย้อนหลัง หรือจำนวนเงิน บทความนี้แยกทั้งสามส่วนเพื่อให้เห็นว่าแต่ละแนวคิดอธิบายอะไรได้ และอะไรยังเป็นเพียงข้อสมมติ
อ่านตัวเลขในภาพมาติงเกลใหม่

ตัวเลข 10, 20, 40, 80 และ 160 ในภาพเป็นจำนวนของแต่ละรายการ หากเสียครบทั้งห้ารายการ ผลรวมคือ 310 บาท ไม่ใช่ 160 บาท การดูเฉพาะช่องสุดท้ายจึงทำให้ประเมินยอดสะสมต่ำกว่าความจริง
ภาพนี้อธิบายการเพิ่มจำนวนเงินได้ชัด แต่ไม่ได้แสดงว่าคนเล่นมีเงินเหลือเท่าไร โต๊ะจำกัดยอดไว้เท่าไร หรือคิดค่าคอมมิชชันอย่างไร เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ตัวอย่างบนกระดาษต่างจากผลที่เกิดขึ้นจริงได้
อ่านต่อ: เค้าไพ่มังกร · เค้าไพ่ปิงปอง · เสือมังกร · มาร์ติงเกล · บทความทั้งหมด
ปรับปรุงเนื้อหา 4 พฤศจิกายน 2569
มาร์ติงเกลชนเพดานโต๊ะเมื่อไร
ทุกโต๊ะมีวงเงินสูงสุดต่อตา ถ้าเริ่มที่ 100 บาท และโต๊ะรับสูงสุด 10,000 บาท จะเพิ่มเงินได้แค่ถึงตาที่เจ็ด (6,400 บาท) ตาที่แปดต้องวาง 12,800 ซึ่งเกินเพดาน สูตรจึงหยุดทำงานตรงนั้น และเงินที่เสียไปแล้ว 12,700 บาทไม่มีทางได้คืนด้วยวิธีเดิม
| เงินตั้งต้น | เพดานโต๊ะ | เพิ่มได้สูงสุดกี่ตา | เสียสะสมเมื่อชนเพดาน |
|---|---|---|---|
| 100 | 10,000 | 7 ตา | 12,700 |
| 200 | 10,000 | 6 ตา | 12,600 |
| 500 | 50,000 | 7 ตา | 63,500 |
มาร์ติงเกลกับค่าคอมฝั่ง Banker
ถ้าใช้มาร์ติงเกลกับฝั่ง Banker ตาที่ชนะจะได้แค่ 95% ของเงินที่วาง เพราะหักค่าคอม 5% ตัวอย่างเช่น เสียมาสามตา 700 บาท แล้วชนะตาที่สี่ที่วาง 800 จะได้กำไร 760 กลับมาแค่ 60 บาท ไม่ใช่ 100 ตามที่สูตรบอก ยิ่งแพ้ติดกันนาน ส่วนต่างตรงนี้ยิ่งมาก
แพ้ติดกันเกิดได้บ่อยกว่าที่คิด
โอกาสแพ้ฝั่ง Player หนึ่งตา (ไม่นับเสมอ) อยู่ราว 50.7% โอกาสแพ้เจ็ดตาติดในชุดหนึ่งจึงอยู่ราว 0.9% ฟังดูน้อย แต่ถ้าเล่นมาร์ติงเกลจบไปหลายร้อยชุด โอกาสที่จะเจอชุดที่แพ้เจ็ดตาติดอย่างน้อยหนึ่งครั้งจะสูงขึ้นมาก และครั้งเดียวนั้นกินกำไรเล็ก ๆ จากชุดก่อนหน้าทั้งหมด
มาร์ติงเกลแบบกลับด้าน
บางคนใช้แบบกลับด้าน คือเพิ่มเงินเป็นสองเท่าตอนชนะ และกลับไปเริ่มใหม่ตอนเสีย ความเสียหายต่อรอบจำกัดอยู่ที่เงินตั้งต้น แต่ต้องชนะติดกันหลายตาถึงจะได้กำไรก้อนใหญ่ ค่าเฉลี่ยระยะยาวก็ยังเสียเปรียบเท่าเดิม
คำถามที่พบบ่อยเรื่องมาร์ติงเกล
มาร์ติงเกลทำให้ชนะง่ายขึ้นไหม?
ทำให้ชนะเป็นรอบเล็ก ๆ บ่อยขึ้น แต่เมื่อแพ้จะแพ้ก้อนใหญ่ ค่าเฉลี่ยรวมไม่เปลี่ยน
ควรเริ่มที่เงินเท่าไร?
ถ้าจะลอง ให้คำนวณก่อนว่าเพิ่มได้กี่ตาก่อนชนเพดานหรือหมดงบ แล้วตั้งจุดหยุดไว้ก่อนเริ่ม
ใช้กับเกมอื่นได้ไหม?
ใช้ได้กับเกมที่จ่ายประมาณหนึ่งต่อหนึ่ง แต่ปัญหาเรื่องเพดานและค่าเฉลี่ยเหมือนกันทุกเกม
อ่านพื้นฐานเพิ่มเติม: กติกาบาคาร่าและกฎไพ่ใบที่สาม · เค้าไพ่บาคาร่าทุกแบบ · สูตรบาคาร่าใช้ได้จริงไหม
